จุดเด่นของแปรงสีฟันไฟฟ้า vs แบบธรรมดา

สมัยก่อนแปรงสีฟ้าไฟฟ้าดูจะเป็นเรื่องไกลตัวไปหน่อย บางคนก็กลัวฟันโยก บางคนก็กลัวไฟดูดระหว่างที่แปรงฟัน บางคนก็กลัวเหงือกมีปัญหา และบางคนก็รู้สึกว่าแพงเกินไปเมื่อเทียบกับแปรงสีฟ้าแบบธรรมดา ซึ่งก็มีหลายความเชื่อเข้าใจกันคลาดเคลื่อนเพราะไม่เคยลองใช้แปรงสีฟันไฟฟ้ามาก่อน แต่ถ้าทราบข้อดีของแปรงสีฟันไฟฟ้าแล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนมุมมองของคุณไปเลยก็ได้

จุดเด่นของแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ดีกว่าแบบธรรมดา

ช่วยขจัดคราบสกปรกได้เป็นอย่างดี ทั้งเศษอาหาร, บุหรี่, ชาและกาแฟ พร้อมลดการสะสมของสิ่งสกปรกกับคราบแบคทีเรีย ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าแปรงสีฟันทั่วไป แปรงได้สะอาด แม้จะเป็นฟันกรามซี่ในสุดฟันกรามในสุดทำความสะอาดได้ยาก อีกทั้งหัวแปรงสีฟันไฟฟ้าออกแบบมาเล็ก ทำให้ซอกซอนได้ลึกกว่าแปรงสีฟันธรรมดา  ช่วยนวดเหงือก ส่งผลดีต่อทั้งเหงือกและฟัน อีกทั้งไม่ทำให้เกิดเลือดออกจากการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ทำความสะอาดได้เร็วกว่าแปรงสีฟันทั่วไป เนื่องจากความเร็วของการสั่นนั้นสูงกว่าความเร็วข้อมือ ทำให้แปรงได้อย่างสะอาดกว่าและแปรงเสร็จได้เร็วกว่าแปรงทั่วๆ ไป คราบหินปูนดูน้อยลง ทำให้ไม่ต้องขูดหินปูนบ่อยๆ ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ มีผลวิจัยที่ยอมรับกันว่า ช่วยขจัดคราบฟันและลดการอักเสบได้ดีกว่าแปรงสีฟันทั่วไปทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

สิ่งที่เข้าใจผิดกับแปรงสีฟันไฟฟ้า

– กลัวทำให้เหงือกร่นหรือเลือดออกขณะแปรงฟัน : ความแรงของการสั่นนั้นไม่ได้ส่งผลแรงมากกว่าแปรงสีฟันแบบธรรมดาเกินไป จึงไม่ส่งอันตรายต่อช่องปาก เพียงแต่การแปรงครั้งแรกๆ อาจยังแปรงไม่ถูกวิธีบ้าง แต่ถ้าใช้สัก 2 – 3 ครั้งน่าจะไม่เกิดปัญหา

– ใช้ได้แค่คนเดียว : แปรงสีฟันไฟฟ้าสามารถใช้ได้ทั้งครอบครัว เพียงซื้อหัวแปรงมาเพิ่มแล้วเปลี่ยนหัวแปรง

– ไม่เหมาะสำหรับเด็ก : มีหลายรุ่นที่แม้แต่เด็กก็ใช้ได้โดยไม่เกิดอันตราย เพราะกันน้ำและความแรงไม่ส่งผลต่อเหงือกกับฟัน เพียงแต่ความแรงของการสั่นของบางรุ่นอาจแรงเกินไปนิดสำหรับเด็กเล็ก แต่ถ้าเด็กประถมขึ้นไปไม่น่าจะมีปัญหา

ถึงแปรงสีฟันไฟฟ้าอาจจะแพงกว่าแปรงสีฟันแบบทั่วไปมาก  แต่เทียบกับค่าทำฟันแล้ว คุ้มค่ากว่าแน่นอนครับ อีกทั้งฟันแท้ของเราไม่มีอะไรมาแทนที่ได้ ไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ ทางเดียวคือหาวิธีรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีช่องทางหนึ่งครับ